Feminista Recommended : Feminism for the 99% ถ้อยแถลงเพื่อเราเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์





"และความเป็นสากลไม่อาจเกิดขึ้นได้

หากเรามองข้ามความแตกต่างภายในเหล่านั้น"




ในโลกปัจจุบัน ปี 2021 เราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจระดับโลก ภาวะโรคระบาดโคโรน่าไวรัส ภาวะสงครามและวิกฤตความขัดแย้งทางการเมือง ภาวะจากภัยธรรมชาติที่กำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน แต่มีคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่สามารถหาผลประโยชน์และเอาตัวรอดได้ในภาวะวิกฤตเหล่านี้ มิหนำซ้ำยังเป็นส่วนหนึ่งของการก่อให้เกิดปัญหาทั้งหมดที่ว่ามานั้นด้วย


คนเหล่านี้มีเพียง 1% ของทั้งหมด ส่วนคนอีก 99% คือเหล่าแรงงานที่ถูกขูดรีดใช้งานอย่างหนักภายใต้ระบบทุนนิยม คือกลุ่มผู้หญิงที่ทำงานผลิตซ้ำทางสังคมเพื่อให้ระบบสังคมดำรงอยู่ต่อไปได้ คือกลุ่มผู้หญิงที่ไม่สามารถหาซื้อแพนท์สูทมาใส่แล้วเข้าไปนั่งออกเสียงอยู่ในห้องแอร์ ณ ที่ประชุมผู้บริหารบรรษัทหรือรัฐสภา คือกลุ่มผู้หญิงชาติพันธุ์ที่ขาดแคลนที่ดินทำกินและอาหาร คือกลุ่มผู้หญิงผู้พิการที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ คือกลุ่มผู้หญิงพนักงานบริการที่ถูกกฎหมายระบุว่าเป็นคนผิด คือกลุ่มเพศหลากหลายที่เผชิญหน้ากับความเกลียดชังโดยไร้เหตุผลและถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะพวกเขาไม่ปฏิบัติตามบรรทัดฐานรักต่างเพศในสังคม และอีกหลากหลายกลุ่มที่ถูกผลักให้เป็นชายขอบของสังคมทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม


ถ้อยแถลงเพื่อเรา 99% ฉบับแปลไทยนี้ แปลมาจาก Feminism for the 99% A Manifesto ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยบุคคลทั้งสามคนได้แก่ ซินเซีย อารุซซา , ติถี ภัฏฏาจารย์และ แนนซี่ เฟรเซอร์ ผู้ซึ่งเห็นพ้องต้องกันว่าขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมทางสังคมในปัจจุบัน ไม่อาจมุ่งหน้าเดินทางไปสู่การเคลื่อนไหวแบบเดิมๆที่เคยเป็นมาได้อีกต่อไป แต่จะต้องหันเหทิศทางไปยังขบวนการเคลื่อนไหวที่เชื่อมโยงประเด็นทางสังคมทุกส่วนให้เข้ามาเป็นพลังในการเคลื่อนไหวที่นำไปสู่ความเป็นสากล โดยไม่ละทิ้งความแตกต่างภายในของคนแต่ละกลุ่ม เพราะถึงแม้เราจะมีเป้าหมายทางการเมืองเพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมเพื่อสังคมเหมือนกัน แต่ปัญหาที่คนแต่ละกลุ่มเผชิญย่อมแตกต่างกันออกไปและเราไม่อาจละทิ้งใครคนใดคนหนึ่งให้ต้องเผชิญวิกฤตการณ์เพียงลำพัง




"เฟมินิสม์สายเสรีนิยมทำให้เกิดการกดขี่ นี่สอดคล้องอย่างเหมาะเจาะกับความไม่เท่าเทียมที่กำลังขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง มันเป็นบัตรผ่านให้ผู้หญิงระดับผู้บริหารในสายงานต่างๆได้ โน้มสู้ ต่อกรกับความท้าทายต่างๆในตำแหน่งหน้าที่การงานด้วยการ โน้มพิงพึ่งพาแรงงานหญิงอพยพให้ทำงานบ้านและดูแลคนในบ้านแทนตน"

(หน้า 17)



หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นด้วยการวิพากษ์ถึงขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้า การต่อสู้เพื่อเสรีภาพของผู้หญิงซึ่งสงวนสิทธิ์ไว้แค่ที่ผู้หญิงผิวขาวชนชั้นกลางและสูงที่มีการศึกษา การต่อสู้เพื่อให้พวกเธอได้เข้าไปนั่งอยู่ในตำแหน่งบริหาร ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน ในขณะที่ผู้หญิงอีกจำนวนมากยังคงใช้แรงงานอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เช่นผู้หญิงผิวดำที่กำลังทำงานเป็นคนรับใช้ดูแลลูกของเหล่าผู้หญิงผิวขาวที่ออกไปทำงานนอกบ้านในตำแหน่งผู้บริหาร ผู้หญิงจากประเทศกำลังพัฒนาที่อพยพข้ามประเทศไปทำงานเป็นแม่บ้านในต่างแดน ผู้หญิงชาติพันธุ์ที่กำลังทำงานในเหมือง ที่ซึ่งไม่มีน้ำดื่มที่สะอาด ไม่มีค่าตอบแทนที่เหมาะสม และบางครั้งไร้ซึ่งค่าตอบแทน พวกผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับการล่าอาณานิคมแบบใหม่ด้วยระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่กำลังรุกไล่ยึดครองที่ดินทำกิน ซึ่งพวกผู้บริหารหญิงในบริษัทประเทศโลกที่หนึ่งอาจเป็นผู้ตัดสินใจกว้านซื้อที่ดินและขับไล่ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองออกไปจากบ้านเกิดและเผชิญหน้ากับภาวะอดอยาก สิ่งนี้คือภาพของเฟมินิสต์สายเสรีนิยมซึ่งเคยเฟื่องฟูและได้รับการยกย่องว่ามันได้ปลดปล่อยผู้หญิงให้เป็นอิสระจากงานบ้านที่แสนเหนื่อยหน่ายและผลักดันให้ผู้หญิงจำนวนมากได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทเป็นผู้นำทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่เฟมินิสต์สายสังคมนิยมปฏิเสธการต่อสู้ในรูปแบบนี้



เฟมินิสม์สายสังคมนิยมนำเสนอขบวนการเคลื่อนไหวเฟมินิสต์แบบต่อต้านทุนนิยม ด้วยกรอบคิดแบบนักสังคมนิยมและมาร์กซิสต์เป็นฐานหลัก พวกเขาเสนอว่าระบบทุนนิยมคือปัญหาหลักของความไม่เป็นธรรมทั้งปวง และความเป็นธรรมทางเพศไม่อาจเกิดขึ้นได้หากเราไม่โค่นล้มระบบทุนนิยม แม้ว่าระบบทุนนิยมนั้นจะเชิดชูความหลากหลายด้วยการทำให้มันกลายเป็นสินค้าและแฟชั่นที่ดูเหมือนโอบรับคนทุกเพศ แต่ในความเป็นจริง ผู้หญิงและเพศหลากหลายนั้นถูกทำให้กลายเป็นสินค้าที่สามารถขายได้และสูบเงินจากผู้ซื้อที่พร้อมจ่ายเพื่อความสุขส่วนตัว ความหลากหลายทางเพศนั้นถูกทำให้ยอมรับในฐานะที่มันเป็นภาพของความทันสมัยของระบบทุนนิยม แต่ทว่าความเปลี่ยนแปลงที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและนโยบายกลับไม่ได้นำไปสู่ความเท่าเทียมเสมอภาคกันอย่างแท้จริง เพราะเมื่อลงไปดูระบบกฎหมาย คนรักต่างเพศยังเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสิทธิและโอกาสมากที่สุด และการยอมรับความหลากหลายทางเพศก็เป็นแค่พิธีกรรมย้อมสีชมพูของเหล่านายทุนที่เล็งเห็นโอกาสในการทำธุรกิจกับคนกลุ่มเหล่านี้


หนังสือเล่มนี้ยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันของลัทธิเหยียดเชื้อชาติและศาสนาที่ส่งผลให้เกิดทัศนคติเกลียดชังผู้หญิงและทำให้ผู้หญิงตกอยู่ในสถานะรอง ในขณะที่เฟมินิสต์สายเสรีนิยมพูดถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของกลุ่มผู้หญิง แต่ในความเป็นจริงผู้หญิงผิวสี ผู้หญิงบางเชื้อชาติบางศาสนา ได้รับผลกระทบหรือถูกกดขี่ในรูปแบบที่แตกต่างกันจากทั้งระบบทุนนิยม ชาตินิยม ศาสนานิยม และสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่อาจมองเห็นได้โดยง่ายเสมอไป


นอกจากวิพากษ์ขบวนการเฟมินิสต์แบบเสรีนิยมที่เป็นลูกมือของระบบทุนนิยมแล้ว ยังได้วิพากษ์การต่อสู้ทางชนชั้นแบบแข็งทื่อของเหล่านักสังคมนิยมมาร์กซิสฝ่ายซ้ายผู้ซึ่งเชื่อมั่นว่ามีเพียงการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยแรงงานเท่านั้นที่จะนำพาสังคมไปสู่ความเท่าเทียมกันถ้วนหน้า และนักคิดฝ่ายซ้ายหลายคนมองว่าการต่อสู้ของเฟมินิสต์กับขบวนการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติจะทำให้ขบวนการใหญ่เสียเวลาและแตกแยกกันเอง แต่ทั้งสามคนไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดแบบนี้และเสนอว่าไม่มีประเด็นไหนที่เป็นรองหรือควรถูกบอกให้รอก่อน แต่ทุกๆประเด็นจะต้องรวมเป็นหนึ่งและมองเห็นความแตกต่างภายในซึ่งกันและกันและไม่ควรเพิกเฉยต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่ง



"เฟมินิสม์เพื่อคน 99% ไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง เราไม่ได้ผละตัวออกมาจากขบวนการต่อต้านและกบฏกลุ่มอื่นๆ รวมถึงไม่แยกตัวออกจากการเคลื่อนไหวเพื่อต่อสู้ในประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือการขูดรีดในที่ทำงาน เช่นเดียวกับที่เราเคลื่อนไหวอิงแอบแนบชิดไปกับการต่อสู้กับทัศนคติแบบเหยียดเชื้อชาติที่ฝังรากลึก รวมถึงปัญหาการเวนคืนทรัพย์ การต่อสู้เหล่านี้คือการต่อสู้ของเรา เป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้เพื่อถอนรากถอนโคนระบบทุนนิยม ไม่เช่นนั้นการกดขี่ทางเพศก็จะดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุด"

(หน้า 64)



ตัวถ้อยแถลงนั้นชี้ให้เห็นว่า วิกฤตการณ์ต่างๆทั่วโลกนั้นเชื่อมโยงกันและกัน ไม่แยกขาดออกจากกัน ตัวอย่างที่อาจใกล้ตัวเรามากๆในสังคมไทย คือตัวอย่างของภาวะโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อเกิดวิกฤตการณ์โรคระบาด คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเหล่าแรงงานที่อยู่ภายในระบบทุนนิยม เมื่อรัฐไม่อาจช่วยเหลือหรือมีมาตรการเยียวยาใดๆได้ เจ้าของธุรกิจต่างๆย่อมหาทางออกด้วยการเลิกจ้างแรงงานหรือลดค่าแรงลงกว่าครึ่งเพื่อให้ธุรกิจในระบบทุนนิยมนั้นไปต่อได้ คนที่มีอำนาจทางการเงินสูงย่อมหล่อเลี้ยงธุรกิจของตัวเองต่อไปได้เรื่อยๆ นอกจากนี้พวกเขายังเข้าถึงบริการทางการแพทย์ หาวัคซีนมาฉีดป้องกันตัวเองได้ง่ายกว่าคนที่อยู่ในชนชั้นแรงงาน คนยากจนและเข้าไม่ถึงสิทธิการรักษาบริการจากรัฐ เหล่าผู้หญิงชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชายแดนที่กำลังมีสงครามกลางเมืองระหว่างทหารพม่ากับทหารกะเหรี่ยงกำลังจะอดตายเพราะไม่มีข้าวกิน ผู้ชายในหมู่บ้านตกงานและกลับบ้านไปตีลูกตีเมียด้วยภาวะความเครียด ผู้หญิงเข้าป่าไปหาของป่าไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ป่าที่รัฐประกาศให้เป็นป่าสงวน หรือกระทั่งพื้นที่ที่เคยเป็นที่สาธารณะก็ถูกนายทุนกว้านซื้อไปเป็นของตัวเองเพื่อทำรีสอร์ตหรู ปัญหาเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นจริงและมีแนวโน้มที่จะรุนแรงต่อไปเรื่อยๆ ตราบใดที่คนอีก 1% ยังครองอำนาจ ไม่ว่าจะในระบบทุนนิยม หรือระบบการเมือง


รายละเอียดของถ้อยแถลงเพื่อเรา 99% นั้นยังพูดถึงความเชื่อมโยงในประเด็นการต่อสู้เรื่องความเป็นธรรมทางเพศอีกหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านกับการผลิตซ้ำทางสังคม ความรุนแรงทางเพศระหว่างการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานในการทำงานและการอพยพลี้ภัยสงคราม ลัทธิเหยียดเชื้อชาติที่ทวีความรุนแรงในทุกระดับ ซึ่งได้ปรากฎให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบันที่คนเอเชียถูกกระทำความรุนแรงจาการตีตราเรื่องโรคระบาดโคโรน่าไวรัส ที่คนผิวดำถูกกลุ่มคนขาวคลั่งสุดโต่งทำร้ายในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และยังไม่นับสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่กำลังถูกทำลายและตักตวงจนหมดไปทีละน้อยโดยเหล่านายทุนหน้าเลือดที่เอาแต่กอบโกยผลประโยชน์


อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้อาจไม่ได้บอกวิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมสำเร็จรูปแบบเดินตามรอยได้เลยทันที แต่ถ้อยแถลงนี้พยายามจะชี้ให้เห็นปัญหาของขบวนการเคลื่อนไหวในปัจจุบัน และปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่นั้นมีอะไรบ้าง ใครบ้างที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงภายใต้ระบบทุนนิยม และทำไมวิธีคิดแบบเฟมินิสต์สายเสรีนิยมจึงไม่ใช่ทางออกเพื่อความเป็นธรรมทางเพศ และทำไมมาร์กซิสต์ที่มุ่งต่อสู้เรื่องชนชั้นจึงไม่ควรละเลยปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและความเป็นธรรมทางเพศ ถ้อยแถลงนี้ดูเหมือนจะต้องการพูดกับคนที่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงปัญหาที่ทับซ้อนกันเพื่อให้เห็นว่าเราไม่สามารถจะไปสู่ความเป็นสากลได้ ตราบใดที่เรายังมองไม่เห็นปัญหาที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และไม่รวมพลังกันต่อสู้เพื่อคนอีก 99%


ระบบทุนนิยม ลัทธิเหยียดเชื้อชาติหรือศาสนา ความรุนแรงทางเพศ วิกฤตทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม สงครามที่นำโดยสถาบันที่มีความเป็นชายที่เป็นพิษอย่างเช่นสถาบันทหาร กษัตริย์ ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบของความไม่เป็นธรรมทางสังคมที่คนอีก 99% กำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะปัจจุบัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ถ้อยแถลงแนวคิดเฟมินิสม์เพื่อคนอีก 99% นี้จึงสำคัญและควรค่าแก่การอ่านสำหรับนักเคลื่อนไหวและผู้ที่กำลังต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมในสังคมทุกๆคน



ถ้อยแถลงเพื่อเรา 99%

ผู้เขียน : ชินเซีย อารุซซา (Cinzia Arruzza) ติถี ภัฏฏาจารย์ (Tithi Bhattacharya) แนนซี่ เฟรเซอร์ (Nancy)

ผู้แปล : อรชร ดำรงจิตติ/ พริม มณีโชติ (คำโปรยและคำอุทิศ)

บรรณาธิการต้นฉบับ : มุกดาภา ยั่งยืนภราดร

สำนักพิมพ์ : ซอยlSoi


ผู้สนใจสามารถอ่านฉบับเต็มบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ www.readawrite.com

และสามารถสั่งซื้อแบบเล่มจริงได้ที่ https://www.facebook.com/thisissoisquad
















165 views0 comments