top of page

Feminista Bridge: การตีตราเรื่องขนบนร่างกาย ทำไมมันถึงได้เป็นเรื่องใหญ่นักนะ?

  • รูปภาพนักเขียน: Feminista
    Feminista
  • 5 ส.ค. 2563
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 18 ก.ย. 2563





“เธอเดินข้ามถนนในชุดเสื้อแขนกุดและไม่ได้โกนขนรักแร้ โอ้ พระเจ้า ใครกันที่จะปล่อยให้ขนงอกและสกปรกแบบนั้นได้ น่ารังเกียจอะไรเช่นนี้ นานแค่ไหนแล้วที่เธอแว็กซ์มันออก สาวน้อย”


ค่านิยมเรื่องความงามในสังคมช่างโหดร้าย สื่อทำให้ค่านิยมเหล่านี้ถาวรและขยายไปเรื่อยๆ มันเป็นค่านิยมที่ทำร้ายผู้หญิง การตีตราเกี่ยวกับขนตามร่างกายนั้นเป็นหนึ่งในมาตรฐานความงามที่ทำให้ผู้หญิงเสียประโยชน์เป็นอย่างมาก ซึ่งพวกเธอถูกคาดหวังให้ต้องปราศจากขนบนร่างกายตลอดเวลา


ใครกันที่ต้องการสิ่งสกปรกพวกนี้เหนือเนื้อตัวร่างกายของเขา?


ความคาดหวังนี้นำไปสู่การทำให้อับอายและการควบคุมขนบนร่างกายของผู้หญิงเป็นอย่างมาก ผู้คนรังเกียจการมองเห็นขนบนร่างกายผู้หญิง ซึ่งมันส่งผลต่อความรู้สึกของผู้หญิงที่ไม่สะดวกใจในการสวมใส่เสื้อแขนกุดถ้าพวกเขามีขนที่แขนหรือใต้วงแขน ผู้หญิงหยุดการถูกทำให้อับอายเพราะพวกเธอมีขนตามร่างกาย โดยหันไปการทำแวกซ์ขนทั้งตัวและยอมเจ็บในรูปแบบต่างๆ เพื่อขจัดขนของพวกเธอ เมื่อมีขนตามใบหน้า มันจะต้องถูกกำจัดออกไป! จากนั้นเหนือริมฝีปาก ไปจนถึงขนคิ้ว ขนเคราข้างใบหูไปจนถึงแก้ม จมูก และหน้าผาก


-คนทั่วไปรู้สึกรังเกียจเมื่อมองเห็นขนบนร่างกายของผู้หญิง-


อย่างไรก็ตาม ผู้ชายกลับเป็นอิสระจากการถูกควบคุมเรื่องขน ขนตามร่างกายหรือขนที่ใบหน้าของผู้ชายได้รับการยอมรับให้มีอยู่ทั้งสองที่ สิ่งนี้สนับสนุนว่า ขนบนร่างกายผู้หญิงนั้นเป็นพื้นที่ในการควบคุมทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนาดของร่างกาย ความยาวของผม หรือ การสวมใส่เสื้อผ้า


การเชื่อมโยงขนเข้ากับความเสื่อมเสีย ทำให้ผู้หญิงต้องทำแว็กซ์ โกน ถอน เล็ม ตัด ซึ่งบางอย่างเป็นกระบวนการที่เจ็บปวด โฆษณาเกี่ยวกับครีมการกำจัดขนมีลักษณะที่เหยียดเพศ เช่น ครีมกำจัดยี่ห้อ veet ที่กล่าวถึงผู้หญิงที่ไม่โกนขนว่าเป็นเหมือนเพื่อนชาย หรือโฆษณาตัวอื่นๆที่แสดงถึงการกำจัดขนที่ปราศจากกระบวนการที่เจ็บปวด ทั้งๆที่เราต่างรู้ว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น


โฆษณาเหล่านั้นมีเป้าหมายในการทำเงินจากการทำให้คนรู้สึกไม่สะดวกใจเกี่ยวกับขนบนร่างกาย และเพื่อแสวงหาประโยชน์จากความเปราะบางของพวกเขา โฆษณาเหล่านั้นมักแสดงภาพผู้หญิงที่มีความสุขและรู้สึกถึงความสมบูรณ์หลังจากการกำจัดขนออกไป ผู้หญิงถูกมองว่ามีความดึงดูดทางเพศมากกว่าหากพวกเธอกำจัดขนเหล่านั้นออกไป มันจะทำให้ผู้ชายรู้สึกเสน่หาและมีความสุขกับผิวที่ปราศจากขนของพวกเธอ โฆษณาครีมกำจัดขนต่างๆมักโชว์ให้เห็นการกำจัดขนของผู้หญิงจากผิวของพวกเธอซึ่งไร้ขนอยู่ก่อนแล้ว ขนของร่างกายผู้หญิงเป็นอะไรที่ต้องห้ามแม้กระทั่งภาพของขนก่อนที่จะถูกกำจัดออกไป!


มีคนที่กำลังต่อต้านและท้าทายค่านิยมเรื่องการกำจัดขนนี้ คนๆนั้นคือ Harnaam Kaur ผู้ซึ่งเลิกต่อสู้กับขนเคราของเธอซึ่งมีที่มาจากโรค Polycystic Ovary Syndrome และตอนนี้เธอหันมาใช้สื่อและอุตสาหกรรมแฟชั่นในการเปลี่ยนแปลงการรับรู้เกี่ยวกับขนบนร่างกาย นักรณรงค์เรื่องแนวคิดเชิงบวกของร่างกาย นางแบบ และคนดังบนอินสตาแกรมรายนี้ ยังได้กล่าวถึงความพยายามในการกดดันโดยชุมชนชาวเอเชียที่มักจะเรียกร้องให้เธอกำจัดขนออกไป

“ฉันได้ทวีตถึงผู้หญิงคนอื่นๆเพื่อค้นหาประสบการณ์ของผู้คนที่เกี่ยวกับการถูกทำให้อับอายเรื่องขนตามร่างกายของตัวเองและได้รับการตอบรับจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ผู้คนล้วนมีส่วนในการทำให้อับอาย ระดับความอับอายที่ผู้คนได้รับนั้นก็มีหลากหลายระดับ ซึ่งมาจากการถูกทำให้อับอายและถูกดูหมิ่นเพราะการมีขนตามร่างกาย"


Sarita ระลึกถึงในอดีตว่า “มันมีเดทครั้งนึง ที่เพื่อนจัดให้ฉันพบกับชายคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนของเธอ ฉันใส่เดรสสั้นระดับหัวเข่าและมีขนตามขา เขาตำหนิฉันให้เธอฟัง ฉันไม่คิดว่าฉันได้พบเขาอีกหรือเขาอยากจะเจอกับฉันอีกครั้ง”


Hinam ก็เป็นอีกคนที่ถูกทำให้อับอายจากการมีขนตามใบหน้าเช่นกัน เพื่อนผู้ชายของฉันตอนเกรด10 มองมาที่ฉันและพูดว่า “ทำไมเธอมีหนวดเคราล่ะ?” ฉันกลับบ้านและแว็กซ์ขนเหล่านั้นออกจากเหนือริมฝีปากของชั้น


หนึ่งในเหตุผลที่ผู้หญิงหลายๆคนยอมทำตามมาตรฐานความงามนี้คือความอับอายที่พวกเธอได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเพศตรงข้าม ถ้าพวกเธอเลือกที่จะไม่ทำตามมาตรฐานนี้ ความรู้สึกขยะแยง หรือการถูกรังเกียจ จะเป็นปฏิกิริยาทั่วไปที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิงที่มีขนตามร่างกาย


พวกผู้ชายยอมรับอย่างเต็มที่หากพวกเขาจะมีขนบนร่างกายของตัวเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้จะไม่ได้รับการยอมรับ ถ้ามันเกิดขึ้นกับผู้หญิง

อย่างไรก็ตาม การทำให้อับอายเพราะเรื่องขนตามร่างกายนั้น ไม่จำกัดอยู่เฉพาะกับเพศตรงข้ามเท่านั้น อาการเกลียดผู้หญิงที่ฝังรากลึกเริ่มด้วยการที่ผู้หญิงด้วยกันเองคอยควบคุมร่างกายของคนอื่น


ในตัวอย่างนี้ Nidhi Jamwal ได้กล่าวถึงการที่ผู้หญิงคนหนึ่งโจมตีผู้หญิงคนอื่นอย่างไรเมื่อเธอเลือกที่จะไม่แว็กซ์ขน


“มิถุนายนปีที่แล้ว ฉันกำลังทานอาหารกับผู้หญิงสองคนที่เป็นนักข่าวจากเอเชียใต้ที่เราพบกันที่ประเทศเนปาล หนึ่งในนักข่าวจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้แว็กซ์ขนแขนหรือขาของเธอ เธอไม่เคยรู้สึกต้องการที่จะทำแบบนั้น นักข่าวอีกคนล้อเลียนผู้หญิงคนนี้และทำให้เธอเป็นตัวตลก เรียกเธอว่า ยัยน่าเกลียด ทำให้นักข่าวที่ถูกโจมตีคนนั้นกินอาหารไม่ลงอีกต่อไป”


การตัดสินและการโจมตีคือปฏิกิริยาทั่วไปต่อคนที่ไม่กำจัดขนตามร่างกายหรือตามใบหน้า


Salma ย้อนคิดถึงประสบการณ์ในวัยเด็กของเธอที่นำเธอไปสู่การพัฒนาการขาดความมั่นใจ


“ฉันโตเป็นเด็กที่มีขนดกกับขนตามใบหน้า ฉันมีขนคิ้วดกและมีหนวดและฉันยังจำได้ว่ามีคนพูดถึงขนคิ้วของฉันมากมาย ไม่ใช่แค่สมาชิกในครอบครัว แต่กระทั่งเพื่อนของฉันด้วยในบางครั้ง”


“ฉันจำได้ว่ามีคนเรียกฉันว่ากอริลล่าเพราะฉันมีขนคิ้วดกและถูกเรียกว่าเด็กผู้ชายเพราะมีหนวด ความเห็นทั้งหมดนั้นทำให้ฉันรู้สึกแย่กับตัวเองมากๆ และจำได้ว่าฉันพยายามจะใช้กรรไกรตัดขนคิ้วของตัวเองออก มากกว่าหนึ่งครั้ง (ด้วยแนวคิดบ้าๆเพราะนั่นทำให้ชั้นดูตลกมากๆ)”


ผู้คนมักจะให้คำแนะนำโดยไม่ได้ต้องการเกี่ยวกับการขจัดขนร่างกายออกไปและบอกว่ามันน่าดึงดูดมากขึ้นอย่างไรหากพวกเขาไม่มีขนเหล่านั้นตามร่างกาย จากช่วงวัยเยาว์ เด็กผู้หญิงรู้สึกกดดันที่จะต้องปราศจากขน และคนที่ได้รับประโยชน์จากคำแนะนำที่ไม่ได้ร้องขอเหล่านี้ มีเพียงคนที่ให้คำแนะนำเหล่านั้นซึ่งเอาตัวเองเข้ามาทำหน้าที่ราวกับเป็นผู้ให้บริการสาธารณะ


ฉันจำได้ว่าถูกเรียกว่ากอริลล่า เพียงเพราะฉันมีขนคิ้วที่ดกดำและถูกเรียกว่าเป็นเด็กผู้ชายเพราะหนวดของฉัน

มันไม่ยุติธรรมเลยที่จะตรวจสอบและกดดันผู้หญิงที่นำไปสู่ความมั่นใจในตัวเองและสุขภาพจิตของพวกเธอ ทั้งหมดคือการสถาปนาอำนาจในการประกอบสร้างมาตรฐานความงาม สังคมที่แตกต่างกันให้คุณค่าที่แตกต่างกันเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับความงาม แต่อย่างไรก็ตาม ในยุคโลกาภิวัตน์ ภาพใกล้เคียงที่เป็นสากลของความงามได้ถูกประกอบสร้างผ่านสื่อที่เต็มไปด้วยภาพความสมบูรณ์แบบของร่างกายที่ปราศจากขน ซึ่งนำไปสู่การทำให้ผู้หญิงรู้สึกอับอายเกี่ยวกับขนตามร่างกายของตัวเอง


ไม่ว่าผู้หญิงจะเลือกกำจัดขนออกไปหรือไม่ พวกเธอควรได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง แทนที่จะให้สังคมกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมที่พวกเธอสมควรจะทำ

*โปรดทราบว่าบางชื่อที่ถูกกล่าวถึงในบทความนี้ถูกเปลี่ยนเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว


แปลจาก บทความ The Stigma About Body Hair – What’s The Big Deal? https://feminisminindia.com/2017/04/12/stigma-body-hair/





12 ความคิดเห็น


link 888b bữa lướt thấy người ta nhắc hoài nên mình cũng tò mò vào thử xem sao. Mình không rảnh đọc kỹ nội dung đâu, chủ yếu coi giao diện có dễ nhìn không thôi. Vào cái là thấy họ bố trí kiểu chia khối rõ ràng, nhìn qua là biết chỗ nào nằm ở đâu, kéo xuống cũng không bị rối mắt. Cái mình thích nữa là thanh menu để khá dễ thấy, bấm qua lại mấy mục nhanh gọn, không phải tìm vòng vòng. Nói chung cảm giác dùng kiểu “quen tay” khá nhanh, nhất là lúc chuyển trang không bị lạc. Nhìn tổng thể thì các khối nội dung xếp thẳng hàng gọn gàng, menu nằm…

ถูกใจ

rr88 đăng nhập hôm bữa mình thấy bạn bè nhắc hoài nên cũng ghé thử cho biết. Mình không rảnh ngồi mò sâu hay bấm lung tung, chỉ lướt nhanh xem trang nhìn có dễ chịu không thôi. Ấn tượng đầu là giao diện khá gọn, nền thoáng nên đọc không bị rối mắt. Mấy thông tin quan trọng họ chia theo từng khối rõ ràng, nhìn phát biết chỗ nào là chỗ nào, không phải căng mắt tìm. Mình cũng thích cái menu đặt ngay chỗ dễ thấy, chuyển qua lại vài mục rất nhanh, không cần kéo lên kéo xuống nhiều. Nói chung kiểu sắp xếp này hợp với người chỉ vào xem nhanh như mình, vì các…

ถูกใจ

BALL88 mình thấy bạn bè nhắc hoài nên cũng ghé thử cho biết, kiểu vào xem giao diện có dễ dùng không thôi chứ không có “nghiên cứu” gì. Vừa mở lên là thấy tông nhìn khá hiện đại, các mục chia khu vực rõ nên lướt một vòng không bị rối. Mình để ý họ gom nhiều thứ trong cùng một chỗ, không phải chỉ mỗi cá cược thể thao mà còn có cả live casino với mấy game đổi thưởng, nhìn như một hệ sinh thái giải trí luôn. Phần thông tin trên trang trình bày gọn, dạng khối bảng nên đọc nhanh vẫn nắm được đang ở đâu. Nói chung trải nghiệm lướt nhẹ nhàng, menu đặt…

ถูกใจ

laurasanms311989
24 มิ.ย.

hitclub dạo này thấy nhiều người nhắc nên mình cũng ghé thử cho biết, kiểu vào xem giao diện có dễ dùng không thôi. Mình không đọc kỹ nội dung, chỉ lướt qua vài đoạn giới thiệu và mấy mục chính. Cảm giác đầu tiên là trang làm khá “thoáng”, chữ không dồn dập, chia khối rõ nên nhìn một cái là biết đang ở phần nào. Mình mở bằng điện thoại thì thấy ổn phết, trang tự căn lại vừa màn hình, bấm qua lại không bị nhảy lung tung hay phải phóng to thu nhỏ liên tục. Nói chung nhìn thân thiện, không màu mè quá, và cái cách họ sắp xếp menu với các khối nội dung…

ถูกใจ

nolafo.wle156+abc123
19 มิ.ย.

SAO 789 dạo này thấy mấy đứa bạn nói hoài nên mình cũng bấm vô coi thử cho biết thôi, chứ không có đăng ký hay chơi gì cả. Vừa vào là thấy giao diện kiểu chia khối rõ ràng, nhìn lướt phát là hiểu chỗ nào là mục chính, chỗ nào là phần thông tin thêm, không bị rối mắt. Mình để ý họ có đoạn giới thiệu nhắc nền tảng từ 2019 với có ghi giấy phép PAGCOR, cái này đặt khá dễ thấy nên đọc cũng đỡ lăn tăn. Nói chung mình chỉ xem qua vài phút mà vẫn nắm được bố cục vì tiêu đề đặt gọn và menu điều hướng nằm ngay khu vực dễ…

ถูกใจ
bottom of page