Feminista Stories: เมื่อฉันหัวเกรียนไปทำพาสปอร์ต




ภาพประกอบ แด่การผลัดทิ้งซึ่งหญิงชาย แด่ความลื่นไหลที่ผลิบาน สนพ.ซอย



เมื่อวานไปทำหนังสือเดินทางที่เซ็นทรัลโคราช

หลังจากที่จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าแค่ 1 วัน

พอเดินทางมาถึง ก็พบว่าภายในสำนักงานมันโล่งมาก มีคนมาทำก่อนหน้าเราแค่ 1 คน

.

เราเดินไปแจ้งว่าเราจองคิวออนไลน์ไว้ 16.00-16.30 น.

เจ้าหน้าที่ตรงหน้าเคาท์เตอร์ขอเอกสารและถามว่าจะเอาแบบ 5 ปี หรือ 10 ปี เราบอกว่าขอทำ 10 ปีไปเลยดีกว่า ซึ่งก็ไม่ต้องมาทำบ่อย ๆ และประหยัดเงินกว่าด้วย 500 บาท

.

เราก็ยื่นเอกสารเสร็จ ไปวัดส่วนสูงต่อ

ตอนนั้นแหละเจ้าหน้าที่คนนึงก็ถามว่า


“คนที่โกนหัวในบัตรประชาชน กับหลักฐานอื่น ๆ ใช่คนเดียวกันมั้ย?”


เราตอบ “ใช่ค่ะ”


(ก็ทำใจมาระดับนึง เมื่อต้องทำเอกสารที่แสดงอัตลักษณ์ เราพอรู้ว่าคนที่ถามคิดอะไรอยู่)


แต่แล้วเค้าก็พูดขึ้นมาเสริมว่า


“คิดว่าไปบวชมานะ”


เราไม่โอเคเลย มันมาถึงจุดที่เราถูกโดนคำถามที่มันรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว นึกในใจว่า ...แล้วไง ไม่ยุ่งเรื่องหัวคนอื่นสิค้าบบบ แต่ก็เลือกที่สวนกลับอย่างอื่น


เรายิ้ม แล้วก็พูดไปว่า


“เราว่าแต่ละคนตัดผมได้หลายทรงค่ะ ชอบก็เลยทำทรงนั้น (ชี้มือเทียบกับอีกภาพ) ทรงนี้ ก็ผมของเราเนอะ มันเป็นสิทธิของเราเลยค่ะ”


เจ้าหน้าที่คนนั้นเงียบไปตัดบทและรีบต้อนไปเข้าคอกทำพาสปอร์ต

.

เจ้าหน้าที่ที่คอก บอกให้เราให้นั่งลง แบบเป็นกันเอง

เรารีบถามเรื่องจิวที่จมูกว่า


“ต้องถอดจิวตรงจมูกมั้ย”


อย่างทำบัตรประชาชนเราก็ไม่ถอดออกนะ แต่ก็ถามไว้ก่อน เพราะไม่อยากถอดออก เลือดมันจะไหลถ้ามันไปเกี่ยวเนื้ออ่อน ๆ ในรูจมูก และเท่าที่อ่านข้อมูลมามันก็ไม่ต้องเอาออก

เจ้าหน้าที่กระตือรือร้นมาก อาจจะเพราะเราเป็นคนเดียวที่ยังเหลือในสำนักงาน เจ้าหน้าที่บอก


“เดี๋ยวไปถามพี่เค้าก่อนนะคะ”

.

จากข้อมูลการทำพาสปอร์ตใครมีจิวหรือเจาะหู เจาะส่วนตรงไหน เราไม่จำเป็นต้องถอดออกนะคะ เราใส่ได้ตามที่เราเลือกเลยค่ะ ตราบเท่าที่เครื่องประดับพวกนั้นไม่บดบังอัตลักษณ์ของเรา ตั้งแต่ตำแหน่งอกถึงหัว

.

เจ้าหน้าที่ในคอกหายไปสักพัก เพื่อไปตามเจ้าหน้าที่คนที่ดูอายุมากกว่า คนนี้เข้ามาถึงก็ทำเสียงเข้มมากออกแนวขู่ ๆ

“คือคุณจองเข้ามา ไม่ได้ถือเอกสารบางตัวอย่างคนวอล์คอิน คุณต้องกรอกเอกสารรับรองนะ ว่าคุณใส่จิวที่จมูกในกรณีที่ภาพมันมองไม่ชัด”


เราตอบ “ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา”


เจ้าหน้าที่คนนี้เสียงเข้มมาก ยืนจ้องมาที่เราแบบไม่ค่อยเป็นมิตร เรารู้แหละว่าเค้าดูถูก พฤติกรรมแบบนี้ที่เราเจอมาตลอดเวลาที่มีคนเห็นทรงผม รอยสัก รอยเจาะจมูก การแต่งกาย


“กรอกตามนี้เลย ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ใส่จิวที่จมูก และปรากฏอยู่ในภาพถ่าย พีพี”


เค้าใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษทับศัพท์แบบย่อด้วย นี่ถ้าเราไม่ใช้ล่ะ มันจะทำให้เอกสารยุ่งยากมั้ย ชาวบ้านที่ไม่เข้าใจ คงเดาไม่ถูก

.

เราพูดขึ้นตอนเขียนด้วยตัวเองแบบที่คิดพิจารณาว่า มันคงต้องเป็นข้อมูลที่เราระบุด้วยตัวเองได้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในอนาคต


“ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ข้าพเจ้าใส่เครื่องประดับบริเวณจมูก และปรากฏอยู่ในภาพถ่ายภายประกอบภายในหนังสือเดินทาง ขอลงชื่ออย่างเดียว ไม่ระบุคำนำหน้าเพศนะ”


ราทำอารยะขัดขืนเรื่องคำนำหน้าเพศมาเสมอในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ในเอกสารแทบทุกอย่างรวมทั้งเอามาเป็นนโยบายของหิ่งห้อยน้อยด้วย


เจ้าหน้าที่เสียงเข้มยืนจ้องเราเหมือนจะไม่พอใจ


เจ้าหน้าที่ในคอกพูด “ได้ค่ะพี่ แบบนี้ชัดเจนเลยค่ะ”

.

เราบ่นกับเจ้าหน้าที่ในคอกเมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นจากไป


“ เรารู้สึกว่าถ้าเราผมยาว เราจะไม่โดนปฏิบัติแบบนี้ เราคิดว่า เรามาทำพาสปอร์ตนะ เราจ่ายเงินค่าบริการครบถ้วนทุกอย่างเลยตามระเบียบ ทำไมเจ้าหน้าที่ต้องทำแบบนี้คนที่มาใช้บริการ”


เจ้าหน้าที่ในคอกพูดขึ้นมา


“ใช่ค่ะ พี่มีสิทธิที่จะพูดด้วยว่าเราต้องการได้รับบริการแบบไหน พี่เป็นคนมาขอรับบริการและจ่ายเงิน”


(ดีใจมาก น้ำตาจิไหล เจ้าหน้าที่คนนี้ทำให้เราไม่รู้สึกแย่เลย)

.

ตลอดการบริการเจ้าหน้าที่ในคอกเป็นเพียงคนเดียวที่ให้บริการอย่างดี ตั้งใจอธิบายหมด เช่น ข้อมูลที่เก็บเช่นลายนิ้วมือ ภาพม่านตา เอาไปทำอะไร เรานึกชื่นชมเค้ามาก ๆ

.

เจ้าหน้าที่คนนี้เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่แสดงพฤติกรรมเลือกปฏิบัติ ดูถูก หรือกดขี่เรา

.

ก่อนออกจากคอกหลังจากที่ได้คุยกันไปพักนึงแล้วเรื่องสิทธิและการเลือกปฏิบัติเจ้าหน้าที่ก็พูดว่า


“พี่คะ หนูเคยฝึกงานเรื่องสิทธิค่ะ หนูไปฝึกที่หลักสี่ที่สำนักงานเลย หนูว่ามันจำเป็นมาก ๆอย่างที่พี่พูด”


เรารู้สึกดีมากที่อย่างน้อย ก็มีคนที่เข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะสื่อสาร

.

จริง ๆ นะ เราว่าถ้าทุกคนรู้เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานเราจะไม่ไปทำให้ใครเจ็บปวด หรือรู้สึกด้อยกว่าใคร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในระบบหรือคนที่ทำงานด้านบริการ มันจำเป็นอย่างมากที่จะต้องทำความเข้าใจเรื่องนโยบายที่เกี่ยวข้องกับ Gender หรืออำนาจ

.

ในที่สุดเราก็ได้ทำพาสปอร์ต 10 ปี เป็นครั้งแรก ที่โคราช ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเดินทางไปทำที่กรุงเทพฯ และแน่นอนว่าเรื่องเจนเดอร์พวกนี้ เราจะพูดมันทุกครั้งที่เราทำได้ เราจะไม่ยอมเลย เราคิดถึงคนที่ทำงานหลากหลายรูปแบบ หรือคนที่ต้อง ไปขายแรงไกลบ้านที่ทำเพราะเศรษฐกิจ ซึ่งบางทีเค้าไม่ได้สามารถเข้าถึงข้อมูลบางอย่างหรือถูกกดขี่จนทำให้เค้ากลัว หรือด้อยค่า มันเป็นเรื่องจริงที่ว่า ถ้าคนแต่งตัวดีตรงตามเพศ หน้าตาดี หุ่นดี ผิวขาว มีเงิน มีการศึกษา เค้าจะไม่โดนทำแบบนี้ ซึ่งมันโคตรเกี่ยว




30 views0 comments