Feminista stories : ฝันร้ายของการฉวยโอกาสในที่ชุมนุม



TW: Sexual Harassment / Sexual Assualt / Rape





การคุกคามทางเพศในที่ชุมนุมไม่ใช่เรื่องตลกและเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามฝ่ายตรงข้ามหรือคุกคามคนในที่ชุมนุมด้วยกันเอง


ในวันที่ 14 ตุลาคมช่วงเวลาประมาณ 4 - 5 โมงเย็น (ไม่แน่ใจ) เราอยู่แนวหน้าของที่ชุมนุมซึ่งอยู่หลังการ์ดอีกทีนึง มีคุณลุงจากฝ่ายเราตะโกนบอกผู้หญิงที่อยู่แนวหน้าว่า


“ จับพวกมันทำผัวให้หมดเลย ”


มันในที่นี่คือตำรวจชายแดนเชียงใหม่


แน่นอนว่าผู้หญิงไม่สามารถไปปลุกปล้ำผู้ชายที่มีพละกำลังอย่างตำรวจได้ และการข่มขืนถือเป็นพฤติกรรมที่เลวทรามและต่ำช้ามาก เป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่ายอย่างน่ารังเกียจ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้ากลับกัน คนที่พูดให้อีกฝ่ายไปข่มขืนคนอื่น จากผู้หญิงข่มขืนผู้ชายเป็นผู้ชายข่มขืนผู้หญิง มันจะน่ากลัวขนาดไหน ด้วยพละกำลังของผู้ชายที่เป็นถึงตำรวจ แน่นอนว่าต้องมากกว่าผู้หญิงหลาย ๆ คนอยู่แล้ว


นอกจากนี้เรายังพบว่าในการชุมนุมมีนักเรียน นักศึกษาไม่น้อยเลยที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ การฉวยโอกาสในสถานการณ์แบบนี้ก็เป็นเรื่องที่รับไม่ได้เช่นกัน ในขณะที่ความรุนแรง ความกดดัน ความหวาดกลัวนั้นได้เกิดขึ้น แต่ยังมีคนที่จ้องจะฉวยโอกาสและหาผลประโยชน์ให้ตัวเองแบบนี้อีกหรือ


ผลกระทบจากการถูกคุกคามไม่เคยเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนล้วนเจ็บปวดและรู้สึกแย่กับการถูกกระทำแบบนั้น ยิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่น่ากลัวแบบนั้นยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยและหวาดกลัวมากขึ้นอีก ซึ่งอาจส่งผลให้คนที่เข้ามาร่วมชุมนุมที่ตกเป็น “ เหยื่อ ” ของการคุกคามทางเพศไม่กล้าเข้าร่วมชุมนุมในครั้งต่อ ๆ ไปอีกเพราะกลัวว่าตนอาจจะโดนอีกครั้งหรือเกิดอาการแพนิค หลอน และกังวลตลอดเวลาในการร่วมชุมนุม


นอกจากการละเมิดและคุกคามทางเพศในชุมนุม เรายังได้ยินแกนนำ นำประชาชนให้พร้อมใจกันด่าเหล่าตำรวจ ทหาร และรัฐบาลว่า “ หน้าหี ” หรือ “ หน้าตัวเมีย ” ลองคิดสักนิดว่าหีหรือเมียทำอะไรผิดรึเปล่าถึงต้องกลายเป็นคำด่าแบบนั้น


คุณโกรธได้ เราทุกคนโกรธได้แต่อย่าเอาเพศใดเพศหนึ่งมาเป็นเครื่องด่าเลย


Rape As A Weapon of War


เราอยากให้ทุกคนรู้จักกับการใช้การข่มขืนเป็นอาวุธ


ในประวัติศาสตร์หากเราได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับสงครามเราจะทราบกันดีว่าในสงครามจะเกิดการข่มขืน ละเมิดทางเพศ และเกิดความรุนแรงทางเพศ การกระทำเหล่านี้เป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่าย เป็นการกดดัน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวและง่ายต่อการควบคุมอีกฝ่าย


ยกตัวอย่างสงครามนานกิง เป็นสงครามที่ใช้การข่มขืนเป็นอาวุธและลดทอนความเป็นคนอย่างโหดร้าย เช่น การให้พ่อข่มขืนลูกสาว ทหารข่มขืนลูกสาวหรือภรรยาต่อหน้าคนในครอบครัว


สุดท้ายนี้ ไม่ว่าเราจะโกรธเกลียดอีกฝ่ายขนาดไหน แต่อย่าเอาเรื่องเพศหรือการคุกคาม ข่มขืน มาใช้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายอีกฝ่าย เราสามารถต่อต้านและแสดงจุดยืนด้วยวิธีการอื่น ๆ ได้อีกตั้งมากมาย


ไม่มีใครสมควรโดนคุกคาม ไม่มีใครสมควรโดนละเมิดทางเพศ และคำว่าข่มขืนก็ไม่ควรต้องเกิดขึ้นในการชุมนุมเช่นกัน





916 views
FEMINISTA

Bookstore, Publishing , Training and Resources.

©2020 by feminista. 

Contact Us

  • Facebook
  • Twitter
  • Instagram